ปั่นเพื่อลืม

posted on 22 Jan 2012 14:55 by presentsimple
เมื่อมือจับแฮนด์ ขาแตะบันได ยกตัวขึ้นมาอยู่บนหลังอานจักรยาน เราก็เหมือนปิดประตูโลกที่เคยรู้จัก เข้ามาสู่อีกโลกหนึ่ง 
 
การขี่จักรยานต้องใช้สมาธิสูง สิ่งที่เคยรู้สึก หวั่นไหว เสียใจ จึงถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหลือเพียงโลกที่เรามองเห็นบนพาหนะสองล้อ นี่คือข้อดีที่เราชอบที่สุดของการขี่จักรยาน เยี่ยวยาอาการของเราได้ชะงัด สิ่งที่แย่คือเราต้องหยุดพัก ไม่มีใครขี่จักรยานได้ตลอด เราจึงต้องกระโดดลงจากอาน เก็บจักรยานเข้าที่ หันมาเผชิญหน้าความผิดหวังและเสียใจตามลำพัง
 
เรียกว่าเป็นการปั่นเพื่อลืมเธอ ลืมความเสียใจที่ยังกัดกร่อนอยู่ทุกค่ำคืน รอเวลาให้ร่างกายฟื้นตัว เพื่อกระโดดขึ้นหลังอาน ถีบจักรยานไปข้างหน้าอีกครั้ง
 
 

ที่ว่าง

posted on 08 Jan 2012 11:09 by presentsimple
ตื่นมาพร้อมอาการปวดเมื่อยจากการปั่นจักรยานเมื่อวาน วันนี้ตั้งใจหยุดพักหนึ่งวันให้ร่างกายฟื้นตัว
นอนไป 9 ชั่วโมงรวด ตื่นมาเข้าห้องทำงาน
ข้าวของกองเต็มพื้น โต๊ะทำงานโล่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมา่ก่อน เราจัดโต๊ะให้มีสเปซเยอะขึ้น มองไปแล้วสบายใจดี แต่ก็ต้องวางของไว้บนพื้นแทน
เงินเดือนเดือนนี้ลดฮวบฮาบไปกับค่าจักรยาน แผนการซื้อชั้นวางหนังสือและเก้าอี้ตัวใหม่คงต้องเลื่อนไปเดือนหน้า
ปัดกวาดเช็ดถูฝุ่นที่จับตามโต๊ะ เก้าอี้
ได้โซฟาเก่าที่ไม่มีใครใช้ จัดวางดีๆ ห้องดูโล่งขึ้นเยอะ
ที่ว่างสำคัญกับการใช้ความคิด เราตั้งใจให้ห้องโล่งที่สุดเท่าที่ทำได้ 
ความคิดที่เคยอัดแน่นจะได้คลี่คลายในที่ว่างเหล่านั้น
 
 

บำบัด

posted on 07 Jan 2012 16:36 by presentsimple
ทุกคนมีวิธีจัดการกับความอ่อนแอต่างกัน
บ้างก็ลืมมัน ไม่พูดถึงมัน เผชิญหน้า หรือแตกหักไปข้าง
เราเลือกที่จะหนีมันด้วยคำพูดดีๆ เพราะเชื่อว่าต้องการให้หนังเรืองนี้จบลง เราอยากจบด้วยความทรงจำที่ดี
เสียดายที่มันไม่เป็นอย่างนั้น มันเป็นหนังที่เราอยากรีเมคใหม่เหลือเกิน
 
นี่อาจเป็นข้อเสียของการรู้ความนึกคิดกันและกัน
เราควรลาจากอย่างตัดขาด เพราะเรื่องเล็กน้อยที่เกิดขึ้นในชีวิตฝ่ายหนึ่ง อาจส่งผลมากมายต่ออีกชีวิตหนึ่ง
ไม่น่ารู้เลยว่าเธอรู้สึกอย่างไรอยู่
ไม่น่ารู้เลยว่าเธอรักใครอยู่
มันยิ่งตอกย้ำว่านี่คือสิ่งที่เราทำไม่ได้เมื่อตอนอยู่ด้วยกัน มันจึงเป็นเหตุผลของการจากลา